Mythology of love part 4
posted on 29 Mar 2007 10:39 by chemistry in Mythology-of-loveMYTHOLOGY OF LOVE
[new edtion]
[ * S.A.* ]
....4....
หลังเสร็จสิ้นงานพิธีไรเด็นมาหาริวอิจิที่ห้องพักตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับหอบหิ้วอาหารบำรุงร่างกายเป็นของเยี่ยมไข้ เฝ้าถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วงเวลาริวอิจิจะลุกไปไหนภายในห้องแต่ละคราวแม่ทัพหนุ่มจะเข้ามาประคองราวอีกคนกับเป็นคนป่วยอาการสาหัสไม่ปาน พอถึงเวลาต้องออกลาดตระเวนก็สั่งกำชับให้ริวอิจิกินอาหารบำรุงที่หามาให้ให้ครบ 3 เวลาหลายรอบจนเคนดับปะโอที่อยู่ด้วยต้องเอ่ยปากไล่
" ท่านเจ้า วันนี้ท่านไรเด็นเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงได้ทำท่าทางแปลกๆใส่ข้าแต่เช้า "
" โรคพิษรักกำเริบมั้ง " มองหน้าเจ้าคนสวยขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะไม่เข้าใจในคำพูด ทำเอาหญิงสาวนึกระอาในความใสซื่อของลูกน้องคนสนิทอดสงสารคนเพิ่งจากไปไม่ได้ เมื่อไหร่ริวอิจิถึงจะเข้าใจความรู้สึกของแม่ทัพหนุ่มนะ...
" ท่านเจ้าวันนี้ข้าขออนุญาตไปข้างนอกได้ไหม อยู่แต่ในตำหนักข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว "
" หายดีแล้วสิถึงคิดเรื่องเที่ยว จะไปแถวไหนล่ะ "
" ข้าไปไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ให้ข้าไปนะ...นะ ท่านเจ้าคนสวยของข้า " จับแขนหญิงสาวเขย่าไปมาราวกับเด็กอ้อนขอของเล่น เจอไม้นี้เข้ามีหรือจะทนใจแข็งได้ เคนดับปะโอพยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาตริวอิจิคลี่ยิ้มดีใจหอมแก้มแทนคำขอบคุณทีหนึ่งรีบวิ่งออกจากห้องมุ่งหน้าสู่ป่าดั่งเช่นเมื่อวาน เดินสำรวจความสวยงามของป่าอย่างละเอียดหลังจาก 2 ครั้งแรกแทบไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนี้ จนพบทุ่งกว้างที่มีฝูงกวางกำลังเทาะเล็มยอดหญ้าอ่อน นั่งมองภาพเบื้องหน้าอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งฝูงกวางแตกตื่นอะไรบางวิ่งหนีจากไปพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง หันมองพบชายหนุ่มยืนห่างจากตนไม่กี่ก้าวผ้าคลุมสีดำที่พริ้วไหวตามแรงลมแทบคลุมร่างเล็กที่นั่งกับพื้นจนมิด ราวกับกรงสีดำที่ต้องการกักขังร่างตรงหน้าไม่ให้สามารถหลบหนีไปไหนได้ ทิ้งตัวนั่งข้างริวอิจิสายตาทอดยาวไปยังท้องทุ่งที่เมื่อครู่ยังมีฝูงกวางอยู่
" เอ่อ...บาดแผลเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง ขอบคุณนะที่ช่วยข้าไว้ "
" ถลอกนิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็หาย "
" นี่...ข้าถามอะไรท่านหน่อยได้ไหม " มองริวอิจิที่จ้องหน้าตนอยู่ในขณะนี้พยักหน้าให้ก่อนจะหันไปมองทุ่งกว้างเหมือนเดิม
เมื่อได้รับอนุญาตริวอิจิเริ่มตั้งคำถามกับชายหนุ่มไม่ว่าจะเป็นเรื่องของป่าแห่งนี้ที่เทพทั้งหลายถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ และเรื่องของคนตรงหน้าที่บอกว่าไม่สามารถออกจากป่าได้ รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แต่คนถูกถามกลับทำท่าทางไม่สนใจ ทำเอาริวอิจิหมดความอดทนจับหน้าชายหนุ่มให้หันมาทางตน พูดเสียงดัง
" ข้าถามท่านอยู่! เวลาคนอื่นคุยด้วยต้องมองหน้าสิ รู้จักคำว่ามารยาทไหม! " มองริวอิจิตอนนี้ขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นปมแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจคนตรงหน้ายิ่งนัก เอื้อมมือสัมผัสใบหน้าใสอย่างแผ่วเบา ทำเอาหน้าริวอิจิเริ่มเปลี่ยนสีเพราะภาพเหตุการณ์ที่น้ำตกวกกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง
" ถามมากขนาดนี้ ไม่คิดจะให้อะไรตอบแทนบ้างรึยังไง " ยื่นหน้าเข้าใกล้ จนริวอิจิรีบผละตัวออกห่างมือทั้งสองปิดปากตัวเองแน่นใบหน้าแดงซ่านไม่เลิก ชายหนุ่มถึงกลับขำในท่าทาง
" หึๆ กลัวข้าทำอะไรเจ้าขนาดนั้นเชียว ไหนๆ ต้องเป็นแขกประจำของที่นี่ข้าบอกเจ้าก็ได้ เมื่อหลายร้อยปีก่อนมีสัตว์ร้ายตนหนึ่งเที่ยวอาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่วไม่เว้นแม้แต่สวรรค์และแดนปิศาจ จนทั้ง 2 โลกต้องร่วมมือเพื่อกำจัดสัตว์ร้ายตนนั้น หลังจากเสร็จสิ้นสงครามสวรรค์ยกป่าแห่งนี้ให้กับบรรพบุรุษข้าเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ แต่มีข้อแม้ห้ามไม่ให้พวกข้าออกจากป่าแห่งนี้เด็ดขาด เมื่อไหร่ที่ผิดสัญญาป่าต้องกลับไปเป็นของสวรรค์ตามเดิม "
" แล้วไอ้เรื่องที่เค้าเล่าลือกันว่าที่นี่เป็นสถานที่สิงสถิตย์ของความชั่วร้ายล่ะ "
" คงไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวนข้ามั้ง แต่ดูท่าจะคิดผิดเพราะดันมีพวกชอบแหกกฎอย่างเจ้าแอบเข้ามาจนได้ " ยิ้มมุมปากให้กับริวอิจิที่นั่งปั้นหน้าไม่ถูก
" เชอะ...แหกกฎแล้วทำไม ก็ข้าอยากรู้นิว่าทำไมถึงมีคำสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ป่า ทั้งๆเป็นสถานที่สวยงามเพียงนี้ ถ้ารู้ว่าต้องเจอท่านแถมต้องมาโดนเวทย์บ้าๆบอๆนี้แต่ต้นจ้างให้ก็ไม่มา "
" คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว ยังไงเจ้าหนีข้าไม่พ้น อยากเที่ยวป่าไหมข้าจะพาไป " ลุกยืนส่งมือให้ริวอิจิ จ้องมือชายหนุ่มครู่หนึ่งถอนใจวางมือลงบนฝ่ามือใหญ่ แต่ไม่ยอมขยับกายไปไหนชายหนุ่มมองด้วยความสงสัย
" ข้อสุดท้าย... ท่านชื่ออะไร ถ้าไม่บอกชื่อข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น " คนถูกถามยังคงยืนนิ่ง จนริวอิจิทำท่าจะแกะมือออกรีบกระชับมือให้แน่นมากขึ้นกว่าเก่า
" เคตะ... คือชื่อของข้า ริวอิจิ ข้าตอบคำถามเจ้าแล้วไปกันได้รึยัง " หยักไหล่ให้พร้อมกับสายตาที่สื่อความหมายได้ว่า 'บอกแต่แรกก็หมดเรื่องแล้ว' ให้ยอมเดินตามอีกคนโดยดี ตลอดทั้งวันชายหนุ่มพาริวอิจิเที่ยวชมป่า ทำเอาร่างเล็กอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้เพราะสถานที่แต่ละแห่งล้วนงดงามแปลกตายิ่งนัก จนกระทั่งถึงทุ่งดอกคามิลเลียเป็นแห่งสุดท้ายของวันนี้ มองพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าบ่นพึมพำอย่างเสียดายที่เวลาช่างเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็ดดอกคามิลเลียสีชมพูอ่อนยื่นให้ชายหนุ่ม
" รับไปสิ ข้าให้ท่าน นี่...อย่าเอาแต่จ้องมันอย่างเดียวสิ ข้าอุตสาห์เด็ดให้เชียวนะ " พูดกระตุ้นอีกฝ่ายที่เอาแต่ยืนเฉย
" ให้ทำไมก็แค่ดอกไม้ " ถามอย่างสงสัย ริวอิจิหมุนดอกไม้ในมือเล่น คลี่ยิ้ม ชูดอกไม้ให้ชายหนุ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น
" คามิลเลียในภาษาดอกไม้แปลว่าขอบคุณและเป็นดอกไม้ที่จะนำโชคดีมาให้กับผู้รับ ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ ข้าสนุกมาก " รับดอกไม้จากมือริวอิจิ หลังจากชายหนุ่มยอมรับดอกไม้ริวอิจิบิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง ส่งยิ้มให้
" งั้น...ข้าไปก่อนนะพรุ่งนี้เจอกัน เอ้อ...ยินดีที่ได้รู้จักเคตะ " กางปีกสีขาวสะอาดกระพือปีกเล็กน้อยจนขาทั้งสองไม่ติดพื้นเตรียมกลับตำหนัก แต่โดนชายหนุ่มคว้าเอวไว้
" ปล่อยเถอะ ถ้าขืนกลับช้าข้าต้องถูกท่านเจ้าลงโทษไม่ให้ออกมาข้างนอกเป็นอาทิตย์ คราวนี้ท่านไม่ได้พบข้าแน่ๆเคตะ ข้าสัญญาว่าจะมาที่นี่ เชื่อข้า " ยิ้มให้อีกครั้งจนชายหนุ่มยอมปล่อยมือให้ร่างเล็กสีขาวบริสุทธิ์บินหายไปในท้องฟ้าจนลับสายตา ก้มมองดอกคามิลเลียในมือพร้อมกับปีกสีดำสนิทถูกกางออก ร่างกายค่อยๆจางหายไปจากทุ่งดอกไม้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งบริเวณทางเดินในพระราชวัง สั่งข้ารับใช้ส่วนตัวที่เดินผ่านมาพอดีให้หาขวดโหลมาให้ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักส่วนตัว
" รัชทายาท... ข้าเองโทบิ ข้าเข้าไปนะ " เสียงหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับประตูถูกเปิดออกโทบิเดินเข้าหาผู้เป็นนายที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนานุ่ม วางขวดโหลลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างๆ ถอยหลัง 2-3 ก้าวยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเพื่อรอรับคำสั่งจากเจ้าของห้อง รัชทายาทนำดอกคามิลเลียใส่ลงในโหลแก้วปิดฝาจนแน่นดอกไม้ที่เริ่มเหี่ยวเฉาเพราะโลกปราศจากแสงเริ่มมีสีสรรขึ้นมาทันตา แถมยังมีแสงเรืองรองอยู่รอบดอกคามิลเลียทำให้ดูงดงามยิ่งนัก
" รัชทายาท ดอกไม้นี้มีความสำคัญอย่างไร ท่านถึงได้นำกลับมาด้วย แถมยังร่ายเวทย์ไม่ให้เหี่ยวเฉาอีกต่างหาก " พลั้งปากถามออกไปด้วยความสงสัย หลบสายตาคมที่เหลือบมองแทบไม่ทัน ก่อนจะได้เอ่ยปากขอโทษโดนพูดขัดก่อน
" มันเป็นดอกไม้นำโชคของข้า "
" เอ๋?? "
" เจ้าไม่มีงานทำแล้วหรือโทบิ ถ้าไม่ก็ไปเป็นเพื่อนเล่นให้กับสัตว์เลี้ยงข้าซะ ท่าทางมันจะคิดถึงเจ้าน่าดู " เปลี่ยนเรื่องพูดกระทันหัน โทบิรีบปฏิเสธทันควันอ้างว่ายังมีงานคั่งค้างอยู่อีกมากมายก่อนจะขอตัวออกจากห้องทันที ในใจคิดเรื่องอะไรต้องไปเจอกับเจ้าสัตว์นั้นแค่คราวก่อนก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ถึงจะดูน่ากลัวน้อยกว่าเจ้าคิมิร่าแต่ยังไงๆมันก็ได้ชื่อเป็นน้องต้องน่ากลัวอยู่วันยังค่ำน่ะแหละ...
หลังจากข้ารับใช้คนสนิทจากไป รัชทายาทเอาแต่มองดอกคามิลเลียในโหลแก้งพลางคิดถึงหน้าคนให้ ลุกจากโซฟาเดินไปทางหน้าต่างห้อง นิ้วเรียวสัมผัสบริเวณบาดแผลที่ได้รับหยิบเศษผ้าที่ริวอิจิใช้พันแผลให้เมื่อคราวก่อนขึ้นดูบอกตัวเองในใจว่าก็แค่ของเล่นแก้เหงาในยามไปป่าเท่านั้น วันไหนเริ่มเบื่อหน่ายขึ้นมาจะกำจัดทิ้งทันที จ้องเศษผ้าจนเกิดประกายไฟขึ้น ปล่อยมือจากผ้าติดไฟที่ลอยออกนอกหน้าต่างไป ก้าวเท้าออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือพบกับเทพอะคันโดจิที่นั่นพอดี
" ดูท่าทางเจ้าจะติดใจป่านั่นมากเลยนะเคตะ โทบิบอกข้าว่าเจ้าไปทุกวัน อย่าหลงใหลมันมากจนลืมโลกที่แท้จริงของเจ้าเสียล่ะ "
" ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าตัวเองเป็นใครและมีหน้าที่อันใหญ่หลวงมากเพียงใดรออยู่ในอนาคต ที่ไปป่านั่นทุกวันเพราะไปเจอของแปลกเข้าเท่านั้นเอง "
" ของแปลก? อะไร " ยิ้มให้บิดา
" ก็แค่สัตว์ของสวรรค์ มันหลงเข้ามาในป่าได้ 2-3 วันแล้ว ข้าเห็นมันนิสัยแปลกดีเลยไปเล่นกับมันทุกวัน "
" หมายความว่าอย่างไร จะบอกข้าว่าสัตว์นั่นมันยอมให้เจ้าเข้าใกล้อย่างนั้นรึ " บุตรชายพยักหน้าแทนคำตอบ สร้างความแปลกใจให้แก่เทพอะคันโดจิยิ่งนัก ถึงแม้สวรรค์จะยกป่าแห่งนี้ให้เป็นของบรรณาการตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่บรรดาสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ต่างพากันหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้พวกตนแม้แต่ครั้งเดียว เพียงเพราะเส้นแบ่งกั้นระหว่างเผ่าพันธุ์ ทำให้ตั้งแต่รุ่นทวดของเทพอะคันโดจิไม่มีใครไปป่านั่นอีก จนกระทั่งมาถึงรัชทายาทคนปัจจุบัน
" ข้าชักอยากรู้แล้วสิว่าเป็นสัตว์ประเภทไหน ถึงได้กล้าเข้าใกล้พวกเรา ไม่รู้ว่าโง่เขลาหรือว่าใสซื่อจนเกินไป "
" คงยากถ้าท่านพ่ออยากเจอตัว เพราะกับข้าเองมันก็ยังไม่ไม่ค่อยเชื่องสักเท่าไหร่นัก " พูดดักทางบิดาไว้ก่อนความจริงจะแตก เทพอะคันโดจิมีท่าทีเสียดายเล็กน้อยแต่ไม่ได้ใส่ใจมากมายนัก ยื่นม้วนกระดาษให้บุตรชายรับไปเปิดอ่าน ข้อความภายในทำเอารัชทายาทชะงักเล็กน้อย
" นี่มัน.... "
" รายชื่อของผู้ที่จะมาเป็นพระสนมหรือพูดอีกอย่างคือว่าที่ราชินีในอนาคตของเจ้า " ละจากแผ่นกระดาษมองหน้าบิดา
" ข้ายังไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ "
" แต่ตอนนี้ได้เวลาที่เจ้าต้องคิดแล้วเคตะ รายชื่อพวกนี้ล้วนแต่เป็นบรรดาลูกผู้สูงศักดิ์ที่จะช่วยทำให้อนาคตของเจ้าและโลกของเรามั่นคงมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า เอากลับไปคิดดูให้ดีว่าใครคือผู้ที่เหมาะสมกับเจ้ามากที่สุด " เดินออกจากห้องทิ้งบุตรชายให้ครุ่นคิดกับปัญหาที่เพิ่งเกิดเพียงลำพัง

เพิ่มเติมจากผู้แต่ง

Camelia(คามิลเลีย) เป็นดอกไม้แทนคำขอบคุณ สามารถมอบให้ได้กับทุกคน มีอีกความหมายคือ ความชื่นชม นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นดอกไม้นำโชคแก่ผู้ชายอีกด้วย