unknow-story

ตอน 16

posted on 22 Oct 2007 19:33 by chemistry  in unknow-story

"ลืม" ง่ายๆสั้นๆได้ใจความ มั่วแต่ยุ่งเรื่องไปไต้หวัน จนลืมฟิคเรื่องนี้ไปซะสนิท555+ แถมเรื่องาน(ที่บ้าน)ก็ยุ่งๆเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เลยต้องปรับเปลี่ยนอะไรอีกมากมาย อีกนิดก็จะเข้าที่เข้าทางแล้วล่ะ เพราะเจ้าพ่อใหญ่ลงมาจัดการด้วยตัวเอง

ต้นเดือหน้าน้องจะรับปริญญา ช่วงนั้นก็คงยุ่งหัวหมุนอีก แต่อาทิตย์ถัดไปก็ถึงคิวตัวเองที่จะไปเริงร่ากับ(เด็ก)ผู้ชายตัวเป็นๆทั้ง 3 คนครั้งแรกในชีวิตรวมถึงการไปต่างประเทศด้วย ยังไงก็ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีเถอะ...เพี๊ยง!

--------------------------- 

...16...

หนึ่งในบรรดาทหารทหารองค์รักษ์ที่ถูกสั่งการณ์ให้มาดูแลรักษาความปลอดภัยบุตรท่านเจ้าเมืองเดินบิดขี้เกียจออกมาจากกระโจมที่ก่อขึ้นมาเป็นที่พักชั่วคราวเพื่อสูดรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า พลางสาดส่องสายตามองบริเวณโดยรอบเป็นการดูแลตรวจตราความเรียบร้อยไปในตัว อดนึกเสียดายไม่ได้ว่าอีกไม่ช้าจะต้องจากสถานที่แห่งนี้หลังจากภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาเสร็จสิ้น เห็นเพื่อนทหารอีกคนกำลังเดินมาทางตนอดทักทายไม่ได้

" ตื่นเช้าจังนะ "

" เจ้าก็เหมือนกันแหละ "

" ท่านจูเบอยู่ที่ไหนรึ ข้าอยากรู้ว่าวันนี้ท่านมีงานอะไรให้ทำบ้าง " คนถูกถามชี้นิ้วโป้งไปยังบ้านจิบะ

" ตอนนี้อยู่ที่บ้านท่านหมอจิบะกันหมดตั้งแต่เช้ามืดแล้ว วันนี้คงเป็นวันครบกำหนดเปิดผ้าพันตาของท่านริวอิจิ "

" อย่างนั้นรึ ขอให้การรักษาครั้งนี้ได้ผลด้วยเถอะ " พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของอีกฝ่าย นายทหารทั้ง 2 มองไปยังบ้านจิบะที่เห็นเงาคนวิ่งให้วุ่นสะท้อนผ่านทางหน้าต่างบ้าน

...............

..........

.....

ภายในห้องนั่งเล่น หลังจากความวุ่นวายผ่านไปได้พักหนึ่งความตื่นเต้นผสมความตึงเครียดเข้ามาแทน ริวอิจิที่ยังมีผ้าพันดวงตานั่งอยู่กลางห้องมีเคตะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกุมมือนุ่มนิ่มที่บัดนี้เย็บเฉียบราวกับโดนแช่แข็งไว้ เรียวเฮนั่งระหว่างคนทั้งคู่ ส่วนคนที่เหลือนั่งตีกรอบล้อมวงอยู่รอบ เรียวเฮหันไปพูดกับเคตะ

" ค่อยๆแกะผ้าพันแผลออกอย่ารีบร้อน เข้าใจนะ " พยักหน้าให้ บีบมือริวอิจิเบาๆเป็นการให้กำลังใจเอื้อมมือปลดผ้าพันแผล แม้ว่าระหว่างนั้นร่างสูงจะมีท่าทีติดขัดอยู่บ้างแต่ก็ได้รับคำแนะนำจากเรียวเฮเป็นระยะ จนกระทั่งผ้าพันแผลถูกปลดออกจากดวงตาจนหมดสิ้น

" ริวค่อยๆลืมตานะ " บอกน้องชาย

" อืม " ดวงตากลอกไปมาทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท ค่อยๆลืมตาขึ้นท่ามกลางความลุ้นระทึกของคนทั้งห้อง เพียงแค่ลำแสงกระทบดวงตาเพียงน้อยนิดริวอิจิรีบปิดตาหนีทันที จนเคตะเข้าประคองใบหน้าหวานให้หันมาทางตน

" ค่อมๆลืมตานะริวอิจิอย่ากลัว เจ้าต้องมองเห็นแน่ เชื่อข้าสิ " นั่งนิ่งครู่หนึ่ง ลืมตาขึ้นอีกครั้งเปลือกตากระพริบถี่รัวเพื่อให้สายตาคุ้นเคยกับลำแสงหลากสีที่กำลังกระทบม่านตา ภาพเบื้องหน้าค่อยๆแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆใครคนหนึ่งกำลังจ้องตัวเองไม่ละสายตา นัยน์ตาสีนิลสะท้อนแวววิตกกังวลออกมาอย่างชัดเจน เอื้อมมือสัมผัสโครงหน้าคมเข้ม นิ้วเรียวลากไล้ไปตามใบหน้าอีกฝ่ายที่บัดนี้จับจ้องพฤติกรรมดั่งกล่าวด้วยความสงสัย ริวอิจิเบือนสายตาไล่มองไปตั้งแต่เรียวเฮ ยูสุเกะ จูเบ และครอบครัวซางาระ จนกลับมาจบที่ใบหน้าคมเข้มอีกครั้ง ร่างสูงเรียกชื่อเสียงเบามือใหญ่ลูบไล้ไปตามโครงหน้าสวยหวานไม่เลิก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาพร้อมน้ำตาเริ่มคลอหน่วยตา กล่าวเสียงสั่น

" ข้าเห็นหน้าพวกท่านชัดทุกคนเลย... " สิ้นคำพูดเคตะรวบร่างตรงหน้าเข้ากอดแน่น ท่ามกลางความดีใจของคนทั้งห้อง ยูสุเกะกับจูเบมองหน้าอีกฝ่ายก่อนที่ทั้งคู่จะจับมือกัน นายซางาระเข้าปลอบภรรยาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโย ส่วนซาโน่กอดเจ้าโทร่าซะแน่นจนโดนเจ้าตัวเล็กงับแขนเข้าให้ทีหนึ่งเพราะะต้องการรอดพ้นจากวงแขนมฤตยูที่ทำเอาตัวเองเกือบขาดอากาศหายใจตาย ริวอิจิผละจากเคตะเข้าสวมกอดเรียวเฮที่นั่งอยู่ข้างกาย

" เรียวเฮขอบคุณพี่มาก ข้าทำให้พี่ลำบากมาตลอดแท้ๆ " หมอหนุ่มลูบเรือนผมสีดำขลับอย่างเอ็นดู

" ลำบากอะไรกัน แค่เจ้าหายดีเท่านี้ก็เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับข้าแล้ว " เช็ดน้ำตาพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้

" ริว!! " หันไปทางต้นเสียงซาโน่รีบวิ่งถลาเข้าหาเจ้าของชื่อ กางวงแขนเตรียมพร้อมกอดรัดร่างตรงหน้าเต็มที่ แต่ต้องคว้าเพียงธาตุอากาศเมื่อคนที่เตรียมกระโดดกอดโดนเคตะคว้าตัวให้เข้ามาอยู่ในวงแขนซะแน่นแถมยังส่งสายตาไม่พอใจมาทางซาโน่จนเจ้าตัวเก้อไปพักหนึ่ง

" เอ่อ..ข้าดีใจไปหน่อย อย่าถือสาเลยนะ " เกาหัวแก้เขิน ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นหันไปพบยูสุเกะกับจูเบส่งยิ้มให้อ่านริมฝีปากของคนทั้งคู่ได้ความว่า " เจ้าซื่อบื้อ " เตรียมขยับตัวไปเล่นงาน 2 คนนั่นแทน แต่ถูกยูสุเกะพูดขัดขึ้นซะก่อน

" เคตะเรื่องน่ายินดีขนาดนี้ ต้องมีงานเลี้ยงฉลองกันซักหน่อยแล้วว่าไหม? "

" ตามใจสิ ดูท่าเจ้าจะเตรียมการณ์ไว้นานพอดู " ฉีกยิ้มให้อย่างคนรู้ใจยูสุเกะส่งสัญญาณให้จูเบ องค์รักษ์หนุ่มพยักหน้าให้ก่อนลุกยืนเข้าไปฉุดซาโน่ให้ลุกยืนเดินตามตัวเองและยูสุเกะออกจากห้อง เพียงแค่ครู่เดียวเสียงตะโกนคำว่า "งานเลี้ยง" ดังลั่นลานหน้าบ้านจิบะตามด้วยเสียงครึกโครมดังเป็นระยะ นายซางาระและภรรยาขอตัวออกไปช่วยงานทางด้านนอก ตามด้วยเรียวเฮที่อุ้มโทร่าจากมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทิ้งให้ริวอิจิและเคตะอยู่ตามลำพัง ร่างบอบบางได้แต่นั่งประหม่าเพราะโดนคนตัวสูงเอาแต่จ้องไม่เลิกตั้งแต่เมื่อครู่

" ขะ..ข้าจะออกไปดูข้างนอกหน่อยว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง " เตรียมลุกหนี ลืมไปว่าตัวเองเพิ่งมองเห็นสายตายังไม่คุ้นเคยกับการมองดีนักทำให้ริวอิจิเสียหลักล้มโชคดีได้เคตะคว้าตัวไว้ทัน

" ขอบคุณ " พูดจาอ้อมเอ้มใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว อดตำหนิตัวเองไม่ได้เหตุใดถึงไม่กล้าสู้หน้าร่างสูงตรงหน้าเมื่อรู้ว่ากำลังโดนนัยน์ตาสีนิลนั้นจับจ้อง นั่งก้มหน้าอยู่ไม่เลิกจนมือใหญ่เข้าประคองใบหน้าริวอิจิให้เงยขึ้น

" จะก้มหน้าไปอีกนานแค่ไหน รู้ไหมข้าอยากให้ถึงวันนี้มากเพียงไร " ดวงหน้าสวยหวานเริ่มกลายเป็นสีระเรื่อ ตาคมจับจ้องไปยังนัยน์ตาสวยที่บัดนี้กำลังสะท้อนภาพดวงหน้าของเขาเป็นครั้งแรก ก้มจุมพิตเปลือกตาทั้ง 2 ข้างทำเอาริวอิจิอดตกใจกับการกระทำดั่งกล่าวไม่ได้ นั่งตัวแข็งอยู่ในอ้อมกอดปล่อยให้ร่างสูงพรมจูบทั่วใบหน้า จนกระทั่งรู้สึกไอร้อนรวยรินกระทบริมฝีปาก

" ยะ..อย่า " พูดเสียงสั่นใช้มือทั้ง 2 ดันแผ่นอกให้ออกห่างจากตัว เคตะชะงักการกระทำมองร่างในอ้อมกอดอย่างขัดใจ ริวอิจิเองคงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศดังกล่าวค่อยๆลืมตาขึ้นเป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิดบัดนี้ร่างสูงตรงหน้านั่งจ้องหน้าตนเองเขม็ง

" ทำไมเพิ่งมานึกรังเกียจข้าตอนนี้รึไง " พูดเสียงเย็น วงแขนเพิ่มแรงบีบรัดจนริวอิจิเริ่มหน้านิ่วด้วยความเจ็บ

" ไม่ใช่! ถ้าท่านไม่หาตัวยานั้นมาข้าคงต้องเป็นคนตาบอดไปตลอดชีวิต ข้าไม่เคยนึกรังเกียจท่านต้องขอบคุณด้วยซ้ำไป เชื่อข้านะ! เพียงแต่ข้า..ข้ายังไม่ชินกับการมองเห็นก็เลย.... " ยิ่งพูดใบหน้ายิ่งแดงกล่ำขึ้นเรื่อยๆ เคตะจับจ้องอัปกิริยาคนในอ้อมกอดกล่าวเสียงเบา

" หรือเจ้าอายข้า "

" ก็ใช่น่ะสิ! เอาแต่จ้องหน้าข้าตั้งแต่เมื่อครู่ไม่เลิก จนท่านทำให้ข้าคิดว่าหน้าข้ามีอะไรแปลกประหลาดกว่าคนอื่นทั่วไป " สารภาพออกมาจนสิ้นแถมด้วยส่งสายตาค้อนใส่เป็นของกำนัน ร่างสูงฉีกยิ้มออกมาทันที แสร้งตีหน้าขรึมทำท่าเพ่งพิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายจนริวอิจิอดขมวดคิ้วเข้ากันไม่ได้

" ทำไม "

" จะว่าไปใบหน้าเจ้าก็แปลกกว่าคนอื่นจริงๆน่ะแหละ " คำวิจารณ์ดั่งกล่าวทำเอาริวอิจิเริ่มหน้าเสีย ก่อนที่ความมั่นใจของร่างบอบบางจะหมดไปเพราะคำหยอกล้อเมื่อครู่เคตะรีบเฉลยคำตอบให้รู้

" ริวอิจิ..เจ้าเป็นคนสวยที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา " ปรอทความเขินพุ่งขึ้นสูงสุดยังไม่ทันได้ต่อว่าร่างสูงให้หายอาย ริมฝีปากก็ถูกประกบปิดเสียก่อน จูบที่เป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบาแต่กลับบอกความรู้สึกที่มีให้กับร่างตรงหน้าได้ชัดเจน ลากสันจมูกไปตามปรางค์แก้มนุ่มนิ่ม กระซิบข้างใบหูเล็ก

" ข้าให้เวลาเจ้าสร้างความคุ้นเคยกับการมองตลอดทั้งวัน ยังไงคืนนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่ ริวอิจิ.. "

..................

..........

....

เสียงร้องรำทำเพลงสลับเสียงหัวเราะดังออกมาจากกระโจมที่พักของหน่วยองค์รักษไม่ขาดสาย จากช่วงเที่ยงวันจนบัดนี้ก้าวเข้าสู่ยามราตรีก็ยังไม่มีท่าทีว่างานเลี้ยงดั่งกล่าวจะเลิกราแม้แต่น้อย อาหารพร้อมเครื่องดื่มถูกส่งขึ้นโต๊ะเป็นระยะจากบรรดาหญิงสาวในหมู่บ้าน เสียงซาโน่ดังขึ้นกลางวงอาหาร

" ดื่มให้กับริวที่มองเห็น ไชโย!! " พูดจบยกขวดเหล้าขึ้นกระดกแทบหมดขวด จัดการลากจูเบกับยูสุเกะไปทางกลุ่มคนที่กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน เดินไปได้ครู่หนึ่งเหมือนคิดอะไรออกหันกลับมาทางกลุ่มเคตะที่ยังคงนั่งทานอาหารอยู่ ยื่นหน้าเข้าใกล้เรียวเฮพูดจาลิ้นพันกันเพราะฤทธิ์สุรา

" พี่เรียวว หนายๆพี่ก็เหนื่อยมาหลายเดื๊อนน ออกปายยึดเส้นยึดสายด้วยกานนะ "

" ไม่ล่ะ พวกเจ้าสนุกกันให้เต็มที่เถอะ "

" ปู้..พี่พูดงี้ด๊ายงาย ข้าม่ายย๊อมม~~ " พูดจบเข้าตะครุบแขนแน่นออกแรงลากสุดฤทธิ์ หมอหนุ่มพยายามขืนตัวไว้จนยูสุเกะและจูเบเดินกลับมาที่กลุ่มอีกครั้ง จากแรกเรียวเฮนึกว่าทั้งคู่จะเข้ามาช่วยห้ามซาโน่ แต่ที่ไหนได้...

" พวกข้าเห็นด้วยกับซาโน่ ท่านน่าจะผ่อนคลายบ้างหลังจากเหนื่อยมาหลายเดือน เพราะฉะนั้น... " จูเบหันมองหน้ายูสุเกะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กันและกัน ทำเอาเรียวเฮรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ

" อะไร? " คนตอบคำถามกลับเป็นยูสุเกะเอง

" พวกเราอุ้มหมอจิบะเร็ว!! นี่พวกเจ้า!ใครอยากเห็นหมอจิบะแดนซ์บ้าง มาช่วยพวกข้าแบกท่านหมอไปทางนั้นเร็วเข้า!! " ตะโกนเรียกผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ก่อนที่ยูสุเกะและซาโน่จะช่วยกันจับแขนคนละข้าง ส่วนซาโน่จับขาทั้ง 2 ของเรียวเฮไว้แน่น ยกตัวหมอหนุ่มลอยกลางหาวเดินไปยังกลุ่มร้องรำทำเพลง ไม่สนใจเสียงเรียวเฮที่ร้องห้ามท้วงจนในที่สุดทั้ง 4 คนก็หายเข้าไปในกลุ่มฝูงชนที่เข้ามารวมกลุ่มตามทาง

" เรียวเฮจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ " พูดอย่างเป็นห่วงสายตาสอดส่องพยายามมองหาพี่ชายตัวเอง ทั้งที่มือยังคงป้อนน้ำให้เจ้าโทร่า นายซางาระพูดขึ้น

" ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกริว เห็นอย่างนั้นที่จริงเรียวเฮเต้นเก่งจะตายไม่อย่างนั้นซาโน่คงไม่ตื้อพี่เจ้าขนาดนี้หรอก "

" จริงหรือท่านลุง " นางซางาระที่ยกอาหารมาเพิ่มตอบคำถามแทน

" ใช่จ๊ะริวจัง เรียวจังเก่งมากเลยนะ จนตอนแรกป้าคิดว่าเขาจะยึดมันเป็นอาชีพซะอีก แต่ไหงดันกลายเป็นหมอไปได้ก็ไม่รู้ " หัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นว่าเรียวเฮถูกพวกยูสุเกะและเจ้าลูกชายตัวแสบประกบตัวไว้ไม่ให้ออกห่างจากกลุ่ม

" ท่านลุงหลายเดือนที่ผ่านมาข้าต้องขอบคุณท่านแทนบรรดาลูกน้องทุกคนที่ท่านดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี " ชายวัยกลางคนส่งยิ้มให้กับร่างสูง

" ไม่เป็นไรท่านเคตะ อะไรที่พวกเราพอช่วยได้เรายินดีและเต็มใจอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางกลับเมืองหลวงเมื่อไหร่ "

" ก็คงแล้วแต่หมอจิบะจะบอกว่าริวอิจิสามารถออกเดินทางได้เมื่อไหร่ ข้าคิดว่าคงไม่เกินภายใน 4 วันนี้ " ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงร้องโวยวายดังขึ้น หันไปดูพบว่าริวอิจิอุ้มเจ้าโทร่าที่คออ่อนปวกเปียกไว้แนบอกใบหน้าซีดลงเล็กน้อยเพราะเป็นห่วงเจ้าตัวเล็ก

" เกิดอะไรขึ้น? "

" ท่านเคตะ โทร่าเป็นอะไรก็ไม่รู้ท่าทางมันดูแปลกไปตั้งแต่ข้าให้มันดื่มน้ำนั่น " ยกแก้วน้ำสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวเล็กกลายสภาพเป็นอย่างนี้ให้ร่างสูงดู เคตะรับแก้วดังกล่าวมาพิจารณาก่อนก้มดมพอได้กลิ่นที่โชยออกมาเท่านั้นถึงกลับปล่อยเสียงหัวเราะ

" ฮ่าๆ ไม่แปลกถ้าโทร่าจะเป็นแบบนี้เพราะเจ้าเล่นเอาเหล้าให้มันกิน " ริวอิจิมีสีหน้าหรอหราขึ้นมาทันที

" อ้าว..ไม่ใช่น้ำเปล่าเหรอ "

" ไม่ใช่ " ได้ยินคำตอบใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นกังวลเมื่อเจ้าตัวเล็กมีท่าทีกระสับกระส่ายขอตัวกลับบ้านทันทีมีเคตะตามกลับด้วยอีกคน เมื่อกลับถึงบ้านรีบวางโทร่าลงบนฟูนอนที่เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยได้ใช้นัก นั่งดูอาการด้วยความเป็นห่วงเป็นใยโดยมีร่างสูงนั่งอยู่ข้างๆนิ้วเรียวลูบไปตามขนนุ่มนิ่ม จนผ่านไปพักใหญ่เจ้าตัวเล็กถึงมีท่าทีดีขึ้นและหลับไปในที่สุด

" นี่..ท่านว่ามันดีขึ้นรึยัง แล้วมันจะเป็นอะไรมากไหม " ความกังวลแสดงออกมาทั้งทางน้ำเสียงและใบหน้า จนเคตะอดนึกหมั่นไส้โทร่าไม่ได้

" อย่างกังวลไปเลย อาการมันก็คงเหมือนกับคนเวลาคนเมาเหล้าพรุ่งนี้ก็คงมีอาการเมาค้างอยู่บ้างนิดหน่อย " ลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปทางห้องยาของเรียวเฮ แต่เคตะคว้าตัวไว้ก่อน

" จะไปไหน "

" ข้าจะไปดูว่าพอมียาอะไรให้โทร่าบ้าง " ปรอทความหึงหวงพุ่งขึ้นขีดสุด จับร่างบอบบางไปทางมุมห้องจนแผ่นหลังสัมผัสกับผนังห้อง ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น

" ท่าน...ทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!! "

" ไม่ปล่อย เอาแต่เรียกชื่อเจ้าโทร่าเป็นห่วงเจ้าโทร่าอยู่นั่นแหละ ข้าจะทำให้เจ้าเรียกชื่อข้าจนเหนื่อยแน่คืนนี้ เตรียมตัวให้ดี "

โถมตัวเข้าแนบชิดมากยิ่งขึ้น แทรกเข่าเข้าหว่างขาให้แยกออกจากกัน เริ่มสร้างร่องรอยบริเวณซอกคอขาว ไม่สนใจเสียงร้องห้ามของริวอิจิ สะดุงสุดตัวเมื่อมือใหญ่ล่วงล้ำผ่านเนื้อผ้าและกำลังเข้าครอบครองส่วนอ่อนไหว ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อมือใหญ่เริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเงยหน้าเริ่ดเพื่อผ่อนลมหายใจ สบโอกาสให้เคตะแทะเล็มลำคอได้สะดวก ปลายลิ้นลากเป็นทางยาว ขบสันคางเล่นเบาๆ นัยน์ตาคมจับจ้องริมฝีปากระเรื่อที่เผยออกจากกันอย่างยั่วยวน เลียริมฝีปากตัวเองครั้งหนึ่งก่อนก้มประกบกลีบสีระเรื่อตรงหน้า มือเล็กขย้ำชุดยูคาตะจนยับคามือเมื่อกำลังโดนร่างสูงกระตุ้นอารมณ์ให้ตื่นขึ้น ผละจากริมฝีปากบางพร้อมกับมือเบื้องล่าง จับจ้องดวงหน้าสวยหวานที่กำลังส่งสายตาเว้าวอนขอร้องคนตรงหน้า ร่างกายสั่นเทาเนื่องจากแรงปราถนายังไม่ได้รับการปลดปล่อย

" ทรมานรึไง อยากให้ข้าช่วยสานต่อไหม " เอ่ยปากถามพลางสางผมยาวสลวยเล่น แม้จะอายแสนอายเพียงใดก็ตาม แต่เพราะความปราถนาในยามนี้มีอำนาจเหนือเหตุผลทั้งปวง โน้มใบหน้าคมสันให้เสมอใบหน้าตัวเองสัมผัสริมฝีปากแผ่วเบา ค่อยๆแทรกปลายลิ้นเข้าหาอย่างคนไม่ประสาแต่หารู้ไม่ว่าการกระทำดั่งกล่าวกลับเป็นเชื้อกระตุ้นให้เคตะอย่างดี เฝ้าดูดกลืนปลายลิ้นจนริวอิจิแทบขาดอากาศหายใจ มือใหญ่ล้วงเข้าเนื้อผ้าอีกครั้งลูบไล้ไปตามต้นขาขาวก่อนยกแนบกับสะโพกหนาพร้อมกับโถมตัวเข้าหาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง จิกเล็บลงกับต้นแขนร่างสูงเมื่อสิ่งแปลกปลอมกำลังล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย

" ฮะ..ฮึก..เจ็บ..อืออ " ส่งเสียงประท้วงเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ เคตะก้มเลียซับน้ำตาจากปลายหางตาก่อนเริ่มขยับกาย ริวอิจิผวาเข้ากอดคนตรงหน้าเสียงร้องด้วยความเจ็บเริ่มเปลี่ยนเป็นครางอย่างสุขสมเมื่อมือใหญ่เข้าเปรนปรอส่วนอ่อนไหวอีกครั้ง ขาขาวทั้ง 2 ยกขึ้นเกี่ยวรั้งสะโพกแกร่งไว้แน่น แรงพิศวาสจากร่างสูงทำเอาร่างบอบบางแทบจมหายไปกับผนังห้องกรีดร้องสุดเสียงเมื่อสุดทางรัก ใบหน้าซุกลงกับแผ่นอกกว้าง ขาทั้ง 2 ทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง รั้งเอวบางให้แนบตัวก่อนค่อยๆถอดกายออก นัยน์ตาสวยที่ปิดลงเพราะความอ่อนเพลียเปิดขึ้นเมื่อสังเกตุว่าอีกฝ่ายเงียบผิดปกติ ช้อนใบหน้าขึ้นมองภาพที่เห็นทำเอาใบหน้าหวานขึ้นสีรู้สึกคิดผิดที่ลืมตาขึ้นตอนนี้ เคตะกำลังเลียห้วงอารมณ์ของตนเองที่เปรอะเปื้อนเต็มมืออยู่ราวกับกำลังลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ ส่งยิ้มให้เมื่อรู้ว่ากำลังถูกมองอยู่

" ของเจ้าหวานมากเลยนะ "

" บ้า..สกปรกจะตายไป... " บ่นอู้อี้ พลางซุกหน้าลงกับแผ่นอกอีกครั้ง เคตะถึงกลับส่งเสียงหัวเราะให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของร่างในอ้อมกอด ก้มมองคนที่เอาแต่ซุกหน้าซุกตาไม่เลิกไล่สายตาไปเรื่อยจนจบที่ผิวขาวสะอาดที่มีรอยแต่งแต้มจากฝีมือตนเองลอดผ่านเนื้อผ้า นิ้วเรียวสัมผัสตามบริเวณร่องรอย

" รู้สึกว่าสีจะซีดไปหน่อย " พึมพำเสียงเบา ริวอิจิที่ได้ยินอะไรแว่วๆรีบเงยหน้ามอง ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนเคตะพาอุ้มออกจากห้องดั่งกล่าวถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ จนมาถึงห้องนอนวางริวอิจิลงกับฟูนอนแขนเล็กออกแรงดันแผ่นอกเมื่อร่างสูงกำลังโถมตัวเข้าหา

" อี้!!..อย่านะ!..ไม่เอา..พอแล้ว...ข้าเหนื่อย..อ๊ะ!..ท่าน!! " เบี่ยงใบหน้าหลบปิศาจจูบพันละวัน ไม่ทันระวังสายโอบิถูกดึงออกจากร่างเมื่อไหร่ไม่รู้กว่าจะรู้สึกตัวชุดที่ใส่อยู่ร่อนออกจากกันจนเผยให้เห็นผิวขาวเนียนสะท้อนแสงไฟ กำลังจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแต่ดูท่าเคตะจะรู้ทันความคิดรีบคว้าข้อมือเล็กจับไขว้หลังด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังดึงชุดยูคาตะให้พ้นจากร่างบอบบาง

" อย่าเพิ่งเหนื่อยสิ เจ้ายังไม่ได้ครางชื่อข้าให้ชื่นใจเลย " ริมฝีปากร้อนลากสัมผัสทั่วแผ่นอกพร้อมกับฝากร่องรอยไว้เป็นระยะตามทุกที่ที่ริมฝีปากลากผ่าน ใบหน้าหวานกลายสีเข้มอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างสูงเตรียมซุกใบหน้าลงกับส่วนอ่อนไหว พยายามร้องห้ามแต่หาได้รับความสนใจอย่างเช่นทุกครั้ง สอดลำแขนกับใต้ต้นขาดึงรั้งไม่ให้ร่างบอบบางกระทำการขัดใจ ส่วนมืออีกข้างยังคงทำหน้าที่รวบข้อมือเล็กไว้แน่นเช่นเคย จูบเม้มบริเวณต้นขาปลายลิ้นจะเข้าทักทายส่วนอ่อนไหวแผ่วเบาทำเอาริวอิจิถึงกับเผลอครางออกมาโดยไม่รู้ตัว จับเรียวขาให้แยกออกจากกันก่อนจะฝังใบหน้าลงกับส่วนอ่อนไหว ปลายลิ้นที่เฝ้าดูดกลืนอย่างหนักหน่วงบวกกับลมหายร้อนที่รวยรินผิวกาย ทำเอาร่างบอบบางเริ่มร้องไม่เป็นภาษามือที่ถูกรวบไว้กำฟูนอนบีบจนเนื้อผ้าแทบขาดออกจากกัน เกร็งปลายเท้ากับฟูนอนแน่นเมื่อลิ้นอุ่นเพิ่มแรงบีบรัดมากขึ้น มือใหญ่ค่อยๆคลายจากข้อมือเล็กก่อนเลื่อนไปโอบเอวบางแทน ทันทีที่มือเป็นอิสระริวอิจิรีบใช้มือทั้ง 2 ปิดปากเพื่อปกปิดเสียงที่น่าอายในความคิดของตัวเอง จนเคตะผละจากส่วนอ่อนไหว

" ริวอิจิ.. " ค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่ากำลังมีคนแกะมือตนเองออกจากปากอยู่พร้อมกับสัมผัสนุ่มนวลประทับลงที่ริมฝีปากครู่หนึ่ง จ้องโครงหน้าคมเข้มที่บัดนี้เริ่มกลายเป็นสีระเรื่อเพราะแรงพิศวาสกำลังมองตนอยู่ มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนกุมมือนิ่มไว้ ส่วนอีกข้างกำลังจับมือของริวอิจิลูบไปตามโครงหน้าคมเข้มนั่นจุมพิตฝ่ามือเล็กแผ่วเบา

" อย่าเอามือปิด ข้าอยากฟัง " ปล่อยให้ร่างบอบบางอึ้งกับประโยคดั่งกล่าวก่อนก้มลงจัดการภาระกิจที่คั่งค้างต่อ เสียงหวานดังขึ้นเมื่อริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองอีกครั้ง มือเล็กแทรกไปตามไรผมดึงทึ้งทุกคราวที่ปลายลิ้นออกแรงเกี่ยวกระหวัด สะโพกมนกระตุกสองสามครั้งเมื่อถึงปลายทางทิ้งตัวลงนอนกับฟูอย่างอ่อนแรง ร่างกายขืนเกร็งมือเล็กทั้ง 2 ดึงฟูนอนจนยับยู่ยี่เมื่อร่างสูงกำลังใช้ปลายลิ้นที่ชุ่มไปด้วยห้วงรักชะโลมช่องทางก่อนที่จะดุดันลิ้นเข้าสำรวจบริเวณภายในผละจากช่องทางที่เปียกชุ่ม จับจ้องร่างกายแสนยั่วยวนเบื้องหน้า จัดการปลดเปลื้องชุดยูคาตะของตัวเองให้พ้นกายจับเรียวขาขาวให้แยกออกจากกัน รั้งเอวบางให้ลอยขึ้นเพื่อเตรียมรับท่วงทำนองรักที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า มือใหญ่ลูบไล้ไปตามโครงหน้าสีจัดตามด้วยจมูกคมสันก้มสูดดมกลิ่นหอมหวานจากปรางค์แก้มนุ่มนิ่ม

" ข้ารักเจ้า...รักเหลือเกิน... " เข้าครอบครองกลีบสีระเรื่อ ลำแขนเล็กโอบรอบคอเคตะไว้แน่น ปลายลิ้นเฝ้าเกี่ยวกระหวัดดูดกลืนซึ่งกันและกันไม่ห่าง สะโพกมนยกลอยขึ้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังสอดใส่กายเข้ามาในตัวอีกครั้ง เสียงครางกับเสียงเรียกชื่อร่างสูงดังลอดออกจากริมฝีปากห่อช้ำเมื่อร่างเบื้องบนเริ่มขยับกายเป็นจังหวะ นัยน์ตาสวยกระพริบถี่รัวไล่น้ำตาเพื่อให้เห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจน ใบหน้าคมสันบัดนี้โทรมไปด้วยเหงื่อไม่ต่างไปจากตนเองกำลังผ่อนลมหายใจเข้าออกให้สอดคล้องกับจังหวะรักที่ควบคุมอยู่ นัยน์ตาสีนิลมองดวงหน้าสวยหวานไม่ละสายตา เอื้อมมือสัมผัสโครงหน้าร่างสูงนิ้วเรียวลากไล้ไปเรื่อยราวกับต้องการยั่วยวนอารมณ์อีกฝ่ายให้เตลิดหนักยิ่งกว่าเดิมจบที่ริมฝีปากร้อนระอุ แลบลิ้นออกมาทักทายนิ้วเรียว ก้มจุมพิตหน้าอกขาวสะอาดที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งรักเพิ่มรอยให้มากขึ้นกว่าเดิม กอดรัดร่างกำยำไว้แน่นเมื่อจังหวะถูกเร่งเร้ารุนแรงขึ้น ใบหน้าหวานเงยเริ่ดขึ้นเพื่อโกยอากาศเข้าปอดเปิดจังหวะให้ร่างสูงซุกไซร้คอมากขึ้น เรียวขาขาวรั้งสะโพกแกร่งให้แนบชิดกายยิ่งขึ้น กรีดร้องสุดเสียงเมื่ออารมณ์ทั้งหมดได้รับการปลอดปล่อย เกร็งกายรับกระแสความอบอุ่นที่หลั่งสู่เรือนร่างพร้อมเสียงครางอย่างสุขสมของคนทั้งคู่ ค่อยๆถอนกายออกอย่างนุ่มนวลก่อนทิ้งตัวลงนอนข้างๆอย่างอ่อนเพลีย ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดพบว่าริวอิจิกำลังกอดเอวตนเองไว้แน่นพลางซุกหน้าลงกับแผ่นอกแกร่งจนผมยาวสลวยแผ่สยายทั่ว

" ข้ามีเรื่องจะบอก.. " พูดเสียงเบา ทำเอาเคตะที่กำลังสางผมยาวเล่นหยุดการกระทำ จับผมยาวสลวยขึ้นสูดดมโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ

" หืม? "

" ข้ารักท่าน... " แม้ประโยคจะเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาเพียงไหนก็ตาม แต่สำหรับเคตะกลับเป็นประโยคที่ไพเราะมากที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา โอบกอดร่างตรงหน้าแนบแน่นมากยิ่งขึ้นจนได้ยินเสียงหัวใจของคนอ้อมกอดเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ยิ่งร่างสูงออกแรงโอบกอดมากเพียงใดริวอิจิยิ่งซุกหน้าลงกับแผ่นอกแกร่งมากยิ่งขึ้น อัปกริยาดั่งกล่าวยิ่งเรียกรอยยิ้มให้กับเคตะมากขึ้น เชยคางให้ริวอิจิมองตนเอง

" จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเด็ดขาด " ริวอิจิคลี่ยิ้มให้กับคำพูดดั่งกล่าวด้วยหัวใจเปี่ยมสุข โน้มใบหน้าเข้าหาเคตะสัมผัสริมฝีปากอย่างแผ่วเบาเพิ่มแรงบดคลึงมากขึ้นเรื่อยๆ ลำแขนแข็งแรงกอดรัดร่างบอบบางไว้แน่นค่อยๆพลิกกายจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับพื้นฟูนอน ปรือตามองภาพใบหน้าคมเข้มที่กำลังลิ้มรสความหอมหวานจากริมฝีปากตัวเองอยู่ค่อยๆปิดเปลือกตาลงลำแขนเล็กโอบกอดร่างเบื้องบนไว้ ปล่อยให้ร่างสูงชักพาตนเองสู่ท่วงทำนองแห่งรักของราตรีอีกครา...

......................

............

.....

" ..อืออ....โอ๊ย!! เสียงอะไรน่ะ!! คนยิ่งปวดหัวอยู่ด้วย เดี๋ยว... " ร้องโวยวายเมื่อได้ยินเสียงสิ่งของกระแทกกับพื้นห้อง

" เดี๋ยวอะไร? พูดให้ดีนะไม่งั้นข้าวมื้อนี้อดแน่ " นางซางาระตั้งท่าดึงสำหรับอาหารคืนจากเจ้าลูกชายตัวแสบที่ยังคงเมาค้างไม่เลิกอยู่ ทำเอาซาโน่รีบตะครุบสำรับอาหารแทบไม่ทัน

" ไม่มีอะไรจ๊ะท่านแม่คนส๊วยสวย...ข้าแค่มึนๆนิดหน่อย " ส่งยิ้มประจบใส่จนมารดาส่ายหน้าอย่างระอาใจ กวาดสายตามองรอบๆห้องพบว่าสำหรับอาหารว่างอยู่ 2 ที่ ถามหาตัวเจ้าของที่นั่งทันที

" ท่านเคตะกับริวจังอยู่ที่ไหน สายป่านนี้น่าจะมาทานอาหารกันได้แล้วนะ เจ้ารู้ไหมซาโน่? " เงยหน้าขึ้นจากสำหรับอาหาร

" ไม่อ่ะ เมื่อคืนพี่เรียวกับพวกข้านอนหลับที่กระโจมของพวกทหาร " หญิงวัยกลางคนมีสีหน้าวิตกกังวลจนยูสุเกะต้องพูดปลอบใจ

" ท่านป้าไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ถ้าให้ข้าเดาเมื่อคืนเจ้านั่นคงฉลองกับริวอิจิจนดึก "

" ฉลองอะไรเจ้าค่ะท่านยูสุเกะ ก็เมื่อคืนท่านเคตะกับริวจังแยกออกมาก่อนที่งานจะเลิก..รึว่า... " ใบหน้าฉีดสีเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างออก ยูสุเกะส่งยิ้มให้กับหญิงวัยกลางคน

" เป็นอย่างที่ท่านป้าเข้าใจ ข้าว่าอย่าไปรบกวนพวกเขาเลย " นางซางาระพยักหน้าให้เป็นเวลาเดียวกันที่ประตูห้องถูกเปิดออก ร่างสูงในชุดยูคาตะสีเข้มตัวใหม่ยืนกวาดสายตามองรอบห้องก่อนที่สายตาจะหยุดที่สำหรับอาหารที่ถูกวางไว้ สืบเท้าเดินไปยังทิศทางดั่งกล่าว

" ท่านป้า นี่ใช่อาหารส่วนของข้ากับริวอิจิใช่หรือไม่ "

" ชะ..ใช่เจ้าค่ะ " ยกสำรับเตรียมเดินออกจากห้อง แต่ถูกยูสุเกะพูดขัดขึ้นก่อน

" นี่ๆ ใจคอไม่คิดจะทักทายบ้างรึยังไง คนนะไม่ใช่ตอไม้เจ้าจะได้เดินผ่านไปมาราวกับเป็นสิ่งไร้ตัวตน " ชี้ตะเกียบไปยังคนที่ยืนหัวโด่กลางห้อง เหลือบมองเจ้าเพื่อนตัวดีทีหนึ่ง

" ไง...พอใจแล้วใช่ไหม ข้าไปล่ะ "

" ขอบใจที่อุตสาห์ทักข้านะ ท่านเพื่อนสุดที่รัก แล้วเจ้าจะเอาอาหารพวกนั้นไปไหน เอาไปให้ริวอิจิใช่ไหม? "

" รู้แล้วถามทำไม ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมข้าจะได้ไป " ปวดกระโหลกกับความกวนประสาทของอีกฝ่าย วางตะเกียบลงกับสำรับอาหาร

" เออ..จะไปผลิตทายาทไว้สืบสกุลหรืออยากไปไหนก็ไปเลย " พูดประชดเข้าให้ยกหนึ่ง ไม่สนใจคนในห้องที่ตอนนี้กำลังนั่งตาเหลือกเพราะประโยคดั่งกล่าว แต่ต้องอึ้งหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดจากปากเคตะ

" ขอบใจ ข้าจะทำให้ริวอิจิตั้งครรภ์ก่อนกลับเมืองหลวงให้ได้ " เดินออกจากห้องไม่สนเรียวเฮที่นั่งสำลักข้าวที่กินจนนางซางาระต้องรีบหาน้ำพลางลูบหลังเป็นการใหญ่ ซาโน่นั่งช๊อคทั้งที่ตะเกียบยังคาปากอยู่ ส่วนยูสุเกะที่สติสตังค์กลับมาเป็นคนแรกตะโกนไล่หลังเพื่อนตัวแสบสุดขั้ว

" เจ้าบ้า!! พูดออกมาได้ไม่กลัวฟ้าจะฝ่าใส่เลยนะ เฮ้อ..นี่ข้าหลงคบเจ้านี่เป็นเพื่อนมาได้ยังไงเนี่ย " ได้แต่นั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่ไม่เลิกเช่นนั้น ก่อนจะมองหน้าแต่ละคนในห้องพลางกุมขมับส่ายหัวระอาใจกับนิสัยของคนเพิ่งจากไปอย่างเบื่อหน่าย...เห็นทีจบงานนี้เขาต้องเข้าวัดทำบุญล้างซวยจริงๆซะที เฮ้อออ...

edit @ 22 Oct 2007 19:43:45 by [* S.A.*]ชีวิตโคตรรรรรเบลอ...